ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีความหมายอย่างไร

hometoyProperty-business

เวลาที่มีคนเอ่ยถึงคำว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชื่อเหลือเกินว่าสิ่งแรกที่คนทั่วไปนึกถึงก็คือเป็นการทำมาหากินอย่างหนึ่งของคนรวย คนมีเงิน คนธรรมดารากหญ้าหาเช้ากินค่ำทั่วไปคงทำสิ่งเหล่านี้ได้ยาก ซึ่งหากบอกว่าการเข้าใจในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่ก็คงอาจบอกไม่ได้ว่ามันถูกต้องไปหมดเสียทีเดียว เพราะเอาเข้าจริงการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มันสามารถเริ่มต้นได้ทุกคนหากเป็นคนที่มีความสามารถ ความเข้าใจในการทำธุรกิจด้านนี้

คำว่าธุรกิจอหังสาริมทรัพย์ความหมายคือ

จริงๆ แล้วคำว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สามารถแยกประเภทคำเพื่อแบ่งความหมายให้ออกได้อย่างชัดเจน 2 ส่วนคือคำว่า ธุรกิจ กับ อสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจ หมายถึง การกระทำกิจกรรมประเภทต่างๆ สำหรับการจัดจำหน่ายสินค้าการให้บริการภายใต้กฎระเบียบต่างๆ ที่ได้มีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายแลกเปลี่ยน แต่ทุกธุรกิจล้วนแล้วแต่มีวัตถุประสงค์ไปในทิศทางเดียวกันนั่นคือเรื่องของผลกำไรจากการที่ได้ลงทุนทำกิจกรรมต่างๆ ไป

อสังหาริมทรัพย์ สำหรับทางกฎหมายหมายถึง ที่ดินและทรัพย์สินต่างๆ ที่ติดอยู่กับที่ดินนั้นๆ อาจมีลักษณะเป็นได้ทั้งแบบถาวรหรือว่ามีการประกอบเป็นอันเดียวกันกับที่ดินบริเวณนั้น เช่น บ้านเรือน อาคารต่างๆ ทาวน์เฮ้าส์ ตึกพาณิชย์ คอนโดมีเนียม ห้องพัก พร้อมทั้งสิทธิทั้งหมดทั้งมวลอันเกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่มีโฉนด และ สิทธิครอบครองในที่ดินที่ไม่ได้มีโฉนด

เมื่อมีการจับคำสองคำนี้มาควบรวมกันเป็น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็จะได้ความหมายว่า การที่สามารถสร้างรายได้หรือผลกำไรจากการขาย ให้เช่า หรือแม้แต่การพัฒนาเชิงบริหารกับที่ดิน บ้านเรือน อาคารประเภทต่างๆ แล้วนำมาซึ่งรายได้สูงสุดกับคนๆ นั้น

รูปแบบ และลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

1.การซื้อขายแบบทั่วไป – ก็คือการซื้อขายที่เหมือนๆ กับการซื้อขายสินค้าทั่วๆ ไป อาทิ ซื้อมาขายไป ผลต่างที่ได้ก็เป็นกำไรแต่จะต่างกันตรงที่การซื้อขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทางกฎหมายต้องทำนิติกรรมจดเป็นหนังสือเอาไว้อย่างชัดเจน รวมถึงต้องมีการนำหนังสือการจดทะเบียนมาให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้เกิดปัญหา

2. การปล่อยให้เช่า – อาทิ อพาร์เมนท์ หอพัก บ้านเช่า โกดังเก็บสินค้า อาคารพาณิชย์ สำนักงานให้เช่า หรือแม้แต่ที่ดินเปล่า แบบนี้เขาเรียกว่า เสือนอนกิน คือถ้าสามารถหาผู้เช่าได้ก็เท่ากับลงทุนครั้งเดียวแต่รอผลกำไรตอบกลับมาเรื่อยๆ

3. เป็นนายหน้าขายหรือเช่า – น่าจะคุ้นเคยคำนี้กันเป็นอย่างดี ส่วนมากนิยมทำกันเป็นอาชีพเสริมแต่นับว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ดีไม่น้อยโดยเฉพาะบริเวณใดมีมูลค่าสูงนายหน้าก็จะได้รับส่วนแบ่งมากตามไปด้วย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ที่เป็นนายหน้าด้วยเช่นเดียวกัน